ผู้เฒ่าไทลื้อสุดปลื้มได้บัตรประชาชนไทย เผยดีใจยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย เป็นประธานในพิธีมอบบัตรประจำตัวประชาชน “ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ” ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทยของคนต่างด้าวที่เป็นชนกลุ่มน้อย ทำให้บุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลสัญชาติไทยตามมาตรา 5 ของพรบ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 จำนวน 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทลื้อ มีถิ่นฐานในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 40 ปี มีลูกหลานเป็นบุคคลสัญชาติไทย  โดยมีทีมงานสถานะบุคคลของมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.)ที่เป็นพี่เลี้ยงร่วมผลักดันมาตั้งแต่ต้นร่วมให้กำลังใจ

นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่ายินดีและเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มามอบบัตรประชาชนในครั้งนี้ โดยขอให้ทุกคนตระหนักในศีลธรรมอันดี มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศไทย เคารพระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์อันเป็นประมุข ประกอบอาชีพที่สุจริต เคารพกฎหมาย และกล่าวว่าขั้นตอนในการขอแปลงสัญชาติทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลางนั้นใช้ระยะเวลายาวนานพอสมควร ตนในฐานะนายอำเภอแม่สายพยายามเร่งรัดให้สามารถดำเนินการแก้ปัญหาให้ได้เร็วที่สุด และวันนี้ยินดีได้เห็นรอยยิ้มของทุกคน

นายแก้ว ยองใจ อายุ 71 ปี หมู่ 6 ต.แม่สาย อ.แม่สาย เชื้อสายไทลื้อ กล่าวว่าตนได้เข้ามามีถิ่นฐานในประเทศไทยราว พ.ศ. 2520 มาจากสิบสองปันนา มาทำงานรับจ้าง ทำอาชีพสุจริตมาตลอด เมื่อก่อนค่าแรงทำงานได้วันละ10 บาท ค่ารถเมล์จากแม่สายไปเมืองเชียงราย 3 บาท ลูกหลานเป็นบุคคลสัญชาติไทยทั้งหมด คนโตเรียนจบปริญญาโท ทำงานที่กรุงเทพ คนเล็กจบปริญญาตรีสาขาการท่องเที่ยว

“ยื่นเรื่องขอแปลงสัญชาติ 6 ปี วันนี้ได้รับบัตรประชาชนไทย ดีใจกว่าถูกรางวัลที่ 1 เพราะเป็นสิทธิที่ไม่มีหมด ตอนที่ถือบัตรต่างด้าว ความเป็นคนไม่เต็มร้อย ทำอะไรก็ไม่มีสิทธิ วันนี้ภูมิใจมากที่ได้เป็นคนไทย ลูกๆ ก็ดีใจทุกคน” นายแก้ว กล่าว

ก่อนหน้านี้กรมการปกครอง โดยนายบรรจบ จันทรัตน์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เรื่องการได้สัญชาติไทย เนื้อหาส่วนหนึ่งว่าตามที่จังหวัดเชียงรายได้ดำเนินการปฏิญาณตนและยืนยันตัวบุคคลแก่คนต่างด้าวที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย จำนวน 84 ราย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 ธันวาคม 2566 จึงแจ้งอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟ้าหลวง ดำเนินการเกี่ยวกับรายการสัญชาติและทะเบียนราษฎร

นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย และกรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) กล่าวว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องกำหนดนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 30 ปี กลมกลืนกับสังคมไทย ให้เข้าถึงสิทธิในสวัสดิการของรัฐและทำหน้าที่พลเมืองไทย เพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิได้เร็วที่สุด ปัจจุบันการผลักดันแก้ไขปัญหาทำให้ระยะเวลาในการได้รับสัญชาติไทยของผู้เฒ่าอายุ 60 ปีขึ้นไปนั้นมีขั้นตอนที่กระชับขึ้น แต่ก็ยังคงกินเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงควรเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพราะผู้เฒ่าไร้สัญชาตินั้นมากถึงกว่า 80,000 คนทั่วประเทศ ที่ต่างก็แก่ชราไปเรื่อยๆ เวลาที่ผ่านไปทุกวันจึงความหมายเป็นอย่างยิ่ง

/////////////

Like this article?

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkdin
Share on Pinterest